หลอดเลือดดำอุดตัน อันตราย…ที่ถูกมองข้าม

เวลาพูดถึงหลอดเลือดอุดตัน คนส่วนใหญ่มักนึกถึง
“หลอดเลือดแดง” มากกว่า “หลอดเลือดดำ” อาจเป็น
เพราะเวลาที่มีการพูดถึงคำว่า “เลือด” เรามักนึกถึง
เลือดสีแดง สดๆ จนลืมไปว่าจริงๆแล้วในร่างกายของ
คนเรามีหลอดเลือดอยู่ 2 ชนิด คือ หลอดเลือดแดง
และหลอดเลือดดำ

โรคหลอดเลือดดำอุดตัน หรือ Deep Vein Thrombosis
(DVT) เป็นภาวะที่หลอดเลือดดำที่ขาเกิดการอุดตัน
อันเนื่องมาจากสาเหตุที่ลิ่มเลือดไม่สามารถไหล
เวียนได้สะดวก ทำให้เกิดเลือดคั่ง จับตัวแข็ง อุดตัน

จากรายงานพบว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั่วโลกเสียชีวิต
จากภาวะหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งส่วนใหญ่ป้องกันได้ เป็น
การเสียชีวิตซึ่งไม่จำเป็นนับล้านคน รวมถึงเป็นปัจจัย
เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และ
เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและทุพพลภาพในทุกประเทศ
ทั่วโลก

สาเหตุของโรคเกิดจากการมีลิ่มเลือดเข้าไปขัดขวางการ
ไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือด ในกลุ่มของหลอดเลือด
แดง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
หลอดเลือดสมองตีบ ส่วนภาวะลิ่มเลือดอุดตันของหลอด
เลือดดำ หรือที่เรียกว่า VTE คือการที่มีลิ่มเลือดเข้าไปอุดตัน
บริเวณหลอดเลือดดำส่วนลึกที่ขา อันตรายของโรคนี้คือ
การที่ลิ่มเลือดอาจหลุดจากขาไปอุดที่ปอด ทำให้เสียชีวิตได้

อาการเตือนของโรค VTE เริ่มแรกจะปวดขาอย่างมาก
อาจมีอาการขาบวม กดเจ็บ โดยอาการบวมมักเริ่มที่
น่อง มีรอยแดง หรือสีผิวที่ขาเปลี่ยนแปลงอย่างเห็น
ได้ชัด มีอาการร้อนที่ขา ส่วนใหญ่จะมีขาบวมข้างเดียว
ร่วมกับอาการปวด

หากอาการรุนแรงที่ทำให้สงสัยได้ว่า อาจมีลิ่มเลือด
อุดตันที่ปอด ผู้ป่วยจะมี อาการหอบ หายใจไม่ทั่วปอด
หายใจเร็วโดยหาสาเหตุไม่ได้ เจ็บหน้าอก เมื่อหายใจ
เข้าลึกๆจะเจ็บมากขึ้น หัวใจเต้นเร็ว วิงเวียนคล้ายจะ
เป็นลมมึนงง ในรายที่เป็นรุนแรงอาจถึงขั้นหมดสติ
ซึ่งอาการเหล่านี้ บางครั้งก็ไม่สามารถบ่งชี้ได้ชัดๆว่า
เป็นอาการของภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำ แต่ก็มี
ความเสี่ยงสูง ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเพื่อรับ
การประเมินจากแพทย์ในทันที เพราะหากปล่อยให้
อาการหนักอาจทำให้เสียชีวิตได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ
มีหลายปัจจัยมาก ทั้งจากกรรมพันธุ์ มีการศึกษา
พบว่าสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ
ประมาณ 50% เกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรมและ
ปัจจัยเสริมอื่นๆ ในส่วนของพันธุกรรม อาจเกิดจาก
การที่มีการแข็งตัวของเลือดเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ
ขาดโปรตีนที่ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น โปรตีน C
(Protein C) โปรตีน S (Protein S) และแอนติธรอมบิน III
(Antithrombin III)

ส่วนสาเหตุอื่นๆที่เกิดตามมา เช่น การตั้งครรภ์ หรือ
ภาวะที่มีการกระตุ้นให้เลือดแข็งตัวง่ายหลังคลอด
การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน จากยาคุมกำเนิด หรือ
ฮอร์โมนที่ใช้ในการรักษาอาการวัยทอง การ นอนนิ่งๆ
อยู่กับที่นานๆ (Immobilization) ภาวะหลังผ่าตัด
โรคอ้วน มะเร็งบางชนิด หรือแม้แต่คนที่นั่งอยู่กับ
ที่นานๆโดยไม่เคลื่อนไหว เช่นนั่งเครื่องบินในระยะ
ทางไกลๆ หรือนั่งทำกิจกรรมบางอย่างต่อเนื่องนาน
เกินไป

เคยมีรายงานว่ามีเด็กสาววัย 20 ปี ในประเทศจีน ถูกส่ง
เข้าโรงพยาบาล หลังจากเกิดอาการปวดขาอย่างมาก
แพทย์วินิจฉัยแล้วก็พบว่าเป็นโรคหลอดเลือดดำอุดตัน
ถึงขั้นที่ต้องทำการผ่าตัดและให้ยารักษา เมื่อถามถึง
สาเหตุของอาการดังกล่าว ก็พบว่าเธอนั่งเล่นเกมออนไลน์
ติดต่อกันนานถึงกว่า 40 ชั่วโมง

การศึกษาขององค์การอนามัยโลก พบว่าสาเหตุการ
เสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันใน
หลอดเลือดดำถึง 60% เกิดจากการที่ผู้ป่วยมานอน
รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยนอนอยู่กับเตียง
เป็นเวลานาน ขยับขาไม่ได้ ลุกเดินไม่ได้ เพื่อป้องกัน
ปัญหาดังกล่าว แพทย์จึงมักแนะนำให้ผู้ป่วยหลัง
ผ่าตัดลุกเดิน เพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว เพื่อลด
ความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือด ดำอุดตัน
ดังกล่าว ภาวะลิ่มเลือดอุดตันของหลอดเลือดดำ หรือ
VTE หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มแรกและมีการรักษา
ให้เหมาะสมในช่วง 3 ถึง 6 เดือนแรก สามารถรักษาให้
หายขาดได้

หากถามว่าใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้ คำตอบคือ
โรคนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะเกิดมากขึ้นหากผู้ป่วย
อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น การนอนโรงพยาบาลนานๆ ไม่ได้
ขยับขา หรือคนไข้ผ่าตัดใหญ่ คนไข้โรคมะเร็ง คนไข้ที่
มีประวัติในครอบครัว

มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำในระดับ
ลึก ประมาณ 45% ของผู้ป่วยมีประวัตินอนนิ่งๆนานกว่า
48 ชั่วโมงติดต่อกันในเดือนก่อน ที่จะป่วย 38% มีประวัติ
ผ่าตัดภายใน 3 เดือนนำมาก่อน 34% มีประวัติเป็นมะเร็ง
ในช่วง 3 เดือน 34% มีประวัติติดเชื้อ 26% มีประวัตินอน
รักษาตัวในโรงพยาบาลก่อนหน้านั้น มีเพียง 11% ที่ไม่มี
ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น สัญญาณเตือนของโรคนี้ บางที
อาจพบ ผู้ป่วยเป็นซ้ำแม้จะรักษาให้หายแล้วก็ตาม เช่น
อาจมี อาการปวดบวมขาเรื้อรังช่วงบ่ายๆ มีเส้นเลือดดำ
โป่งดำ หรือเส้นเลือดขอด ผิวหนังแข็งมีสีคล้ำขึ้น เป็นแผล
เรื้อรังที่ขา ฯลฯ ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคนี้มากขึ้นประมาณ
50% ในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

การป้องกันโรคนี้ ในกลุ่มคนที่ต้องนั่งเครื่องบินในระยะไกล
ควรยืนขึ้นและเดินไปมาทุก 1-2 ชั่วโมง ไม่สูบบุหรี่ก่อนเดิน
ทาง เนื่องจากบุหรี่เป็นปัจจัยในการกิดลิ่มเลือดในหลอด
เลือดอย่างใดอย่างหนึ่ง หากหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยง
การสูบบุหรี่เลย ใส่เสื้อผ้าสบายๆไม่รัดแน่นเพื่อเพิ่มการ
ไหลเวียนของเลือด หมั่นขยับแขน ขา ข้อเท้า และเท้า เพื่อ
เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ดื่มน้ำมากๆอย่างน้อยวันละ
6-8 แก้ว ใส่ถุงเท้ายาวชนิดช่วยพยุงขาเพื่อช่วยพยุงหลอด
เลือดขาเมื่อต้องทำงานที่ต้องยืนนานๆ อย่าดื่มเหล้าหรือ
กินยานอนหลับที่จะทำให้นอน หรือนั่งนิ่งๆอยู่ในท่าเดียว
นานเกินไป

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://www.thairath.co.th/content/1193755