อ้วนลงพุงสัมพันธ์ความดันสูง

อ้วนลงพุง กับความดันโลหิตสูง

 

อ้วนลงพุง และความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่พบร่วมกันบ่อย และต่างก็เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (non-communicable diseases หรือ NCDs) ซี่งเป็นปัญหาสำคัญของคนไทยและคนทั่วโลก จากรายงานขององค์การอนามัยโลกในปี พ.ศ. 2555 พบว่า NCDs เป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของประชากรโลก คือประมาณร้อยละ 68 ดังนั้นการลดภาวะอ้วนลงพุง และความดันโลหิตสูงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

 

จากข้อมูลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยปีพ.ศ. 2552 พบว่าในกลุ่มคนที่มีน้ำหนักเกิน (ดัชนีมวลกาย > 25 กก/ม.2) มีความชุกของความดันโลหิตสูงมากกว่ากลุ่มคนที่มีดัชนีมวลกาย < 25 กก/ม.2 ประมาณ 2 เท่า (31.6% และ15.9% ตามลำดับ) ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของประชากรทั่วโลกที่ว่า ในกลุ่มคนอ้วนลงพุงนั้นจะมีความชุกของความดันโลหิตสูงมากขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่อ้วนลงพุงนั้นมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ได้แก่

 

1) ระบบประสาทอัตโนมัติจะถูกกระตุ้นให้ทำงานมากกว่าคนทั่วไป และการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นของเซลล์ประสาทโดยอัตโนมัติ (reflex) ก็เปลี่ยนไป

2) การทำงานของไตบกพร่อง มีการหลั่งฮอร์โมนหลายชนิดเปลี่ยนไป ส่งผลให้ท่อไตมีการขับเกลือโซเดียมลดลง ดูดเกลือโซเดียมกลับสู่ร่างกายมากขึ้น และมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะเพิ่มขึ้น

3) เนื้อเยื่อบุผนังด้านในของหลอดเลือดทำงานผิดปกติ (endothelium dysfunction) จากการหลั่งของสารต่าง ๆ และฮอร์โมนเปลี่ยนไป ส่งผลให้การหดและคลายตัวของหลอดเลือดผิดปกติ

 

นอกจากสาเหตุข้างต้นแล้ว ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้น้ำหนักตัว และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการบริโภคที่ไม่เหมาะสม และการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคร่วมอีกหลายชนิด เช่น เบาหวาน ไขมันสูง กรดยูริกสูง และการหยุดหายใจขณะหลับ

 

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความดันโลหิตสูงในผู้ที่อ้วนลงพุง คือ การลดน้ำหนักโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้หลัก 3 อ คือ อาหาร อารมณ์ และ ออกกำลังกาย เนื่องจากจะช่วยให้สามารถควบคุมโรคร่วมที่กล่าวมาข้างต้นได้ดีขึ้นอีกด้วย เปรียบเทียบได้กับ ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ส่วนการใช้ยาลดความดันโลหิตนั้นเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ไม่ช่วยลดรอบเอว ไม่ช่วยลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด จึงควรใช้ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

นพ. ยงเกษม วรเศรษฐการกิจ

อาจารย์ประจำสาขาวิชาอายุรศาสตร์โรงพยาบาลและผู้ป่วยนอก ภาควิชาอายุรศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน

ในโครงการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงานในองค์กร  ด้วยการวางระบบ  Intervention & Tools

เพื่อพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็น Healthy Organization

เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)